Last updated: 2 เม.ย 2568 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินระบบเครือข่ายในบ้านหรือสำนักงาน หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญมากแต่หลายคนมักมองข้ามก็คือ "สายแลน" หรือสาย Ethernet ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เราเตอร์ สวิตช์ และกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะในยุคที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นเรื่องจำเป็น การเลือกสายแลนที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แต่คำถามที่พบบ่อยคือ ควรเลือกสายแลนแบบกล่องหรือแบบเมตร แบบไหนถึงจะคุ้มค่ากว่า และเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสายแลนมีให้เลือกหลายประเภท ทั้งสายแลน CAT5e, CAT6, CAT6a และ CAT7 ซึ่งแต่ละแบบมีความเร็วในการส่งข้อมูลและระยะทางที่แตกต่างกันออกไป แต่ในบทความนี้ เราจะมาโฟกัสในแง่ของการซื้อสายแลนแบบกล่อง (ม้วน) กับแบบเมตร ซึ่งเป็นสองรูปแบบที่คนทั่วไปนิยมเลือกใช้งาน
สายแลนแบบกล่อง (ม้วน): คุ้มค่าระยะยาว เหมาะกับงานเดินระบบขนาดใหญ่ สายแลนแบบกล่องหรือที่หลายคนเรียกกันว่าแบบม้วน จะมีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 100 เมตร 200 เมตร หรือ 305 เมตร แล้วแต่แบรนด์และประเภทของสาย ข้อดีของการซื้อแบบกล่องคือราคาต่อเมตรจะถูกกว่าการซื้อแบบเมตรมาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานจำนวนมาก เช่น งานเดินระบบภายในบ้านใหม่ทั้งหลัง สำนักงานขนาดกลางถึงใหญ่ หรือสำหรับช่างเทคนิคที่รับงานติดตั้งเน็ตเวิร์กโดยเฉพาะ นอกจากนี้ สายแลนแบบกล่องยังมักผลิตจากวัสดุที่ดี มีเส้นทองแดงแท้ที่ช่วยให้การส่งสัญญาณนิ่งและเสถียร
แต่ข้อเสียของสายแบบนี้คือผู้ซื้อจำเป็นต้องมีทักษะในการเข้าหัวสายด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าไม่มีเครื่องมือหรือไม่มีประสบการณ์ก็อาจทำให้หัวสายเสียหายหรือคุณภาพของการเชื่อมต่อไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งหากคุณใช้งานแค่ไม่กี่เมตร เช่น 10–20 เมตร ก็อาจจะไม่คุ้ม เพราะต้องเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
สายแลนแบบเมตร: สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ต้องเข้าหัวเอง สายแลนแบบเมตรหรือแบบสำเร็จรูป จะมีการเข้าหัวสายเรียบร้อยแล้ว มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตรไปจนถึง 20–30 เมตร หรือในบางร้านก็สามารถตัดตามความยาวที่ต้องการแล้วเข้าหัวให้ทันที เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการติดตั้งเองให้ยุ่งยาก เช่น ใช้ต่อคอมพิวเตอร์กับเราเตอร์ในห้องเดียวกัน หรือต่อกล้องวงจรปิดระยะใกล้ๆ จุดเด่นของสายแลนแบบเมตรคือความสะดวกสบาย แค่ซื้อมาเสียบก็ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกลัวปัญหาสายขาดหรือเข้าหัวผิด
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือเมื่อเปรียบเทียบราคาต่อเมตรแล้วมักจะสูงกว่าการซื้อแบบกล่องมาก โดยเฉพาะถ้าต้องใช้จำนวนมาก เช่น เดินสาย 50–100 เมตร การซื้อสายแลนแบบเมตรจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้บางรุ่นอาจใช้สายทองแดงผสม (CCA) แทนที่จะเป็นทองแดงแท้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสถียรของสัญญาณในระยะยาว
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ชัดว่าราคา สายแลน แบบกล่องมีความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้จำนวนมาก แต่ถ้าคุณใช้งานเล็กน้อยในบ้าน หรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเข้าหัวสาย การซื้อสายแลนแบบเมตรจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก
แบบไหนคุ้มกว่าขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ หากคุณต้องการเดินสายภายในบ้านหรือสำนักงานหลายจุด ต้องใช้สายจำนวนมาก และมีทักษะในการเข้าหัวสาย สายแลนแบบกล่องคือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในแง่ราคาและคุณภาพของสาย แต่ถ้าคุณต้องการใช้สายแค่จุดเดียว ไม่อยากซื้อเครื่องมือ หรือไม่มีเวลาทำเอง สายแลนแบบเมตรก็เป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดเวลา
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการพิจารณาการใช้งานจริงของคุณเป็นหลัก และอย่าลืมตรวจสอบสเปกของสาย เช่น ประเภทของทองแดง (แท้หรือผสม) ระดับของ CAT และมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านหรือสำนักงานของคุณ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเข้าใจถึงความแตกต่างของสายแลนแต่ละประเภท เพื่อให้การเลือกซื้อสายแลน ราคา ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
On Tech เราคืออีกหนึ่งบริษัทผู้จัดจำหน่ายสายไฟเบอร์ออฟติก สายแลนคุณภาพสูง ให้บริการสินค้าประเภทสาย Conntector เกี่ยวกับระบบโทรศัพท์ สายไฟเบอร์ออฟติก สายแลนอินเทอร์เน็ต สายแลน cat5e สายแลน cat6 สาย lan cat7 และรวมไปถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ อีกมากมาย ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อระบบ มั่นใจได้ถึงคุณภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพราะสินค้าของเราได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานที่กำหนดทุกชิ้น นอกจากนี้เองเรายังมีทีมงานมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านสายไฟเบอร์ออฟติกโดยเฉพาะ สามารถให้คำแนะนำกับผู้ที่สนใจได้อย่างตรงจุด ตอบโจทย์กับลักษณะการใช้งานที่คุณกำลังมองหาอย่างแน่นอน
สนใจสั่งซื้อสายแลนอินเตอร์เน็ต สายไฟเบอร์ออฟติกคุณภาพดี สอบถามราคาเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-279-7337, 02-279-7361 | อีเมล : ontech.mail2557@gmail.com, info@ontech.co.th
11 มี.ค. 2568
14 มี.ค. 2568
11 มี.ค. 2568
11 มี.ค. 2568